จังหวัด เชียงใหม่ ทวงศักดิ์ศรีคืนให้ชาวม้งวอนสื่ออย่าเสนอข่าวด้านเดียวประธานเครือข่ายตระกูลม้งแห่งประเทศไทยและประธานม้งไม่ทนพาพี่น้องชาติพันธุ์มุ้งบุกสำนักนายกรัฐมนตรียื่นหนังสือขอความเป็นธรรมศักดิ์ศรีกรณีพิพาทนายทุนบุกรุกไร่ขิงตำบลแม่ทะลบอำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่//
จังหวัด เชียงใหม่ ทวงศักดิ์ศรีคืนให้ชาวม้งวอนสื่ออย่าเสนอข่าวด้านเดียวประธานเครือข่ายตระกูลม้งแห่งประเทศไทยและประธานม้งไม่ทนพาพี่น้องชาติพันธุ์มุ้งบุกสำนักนายกรัฐมนตรียื่นหนังสือขอความเป็นธรรมศักดิ์ศรีกรณีพิพาทนายทุนบุกรุกไร่ขิงตำบลแม่ทะลบอำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่//
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 7:00 น ประชาชนชาติพันธุ์ม้งทั่วประเทศได้รวมตัวหน้าสำนักนายกรัฐมนตรีนำโดย ดร.บัณฑิต แสงเสรีธรรมตัวแทนคนไทยเชื้อสายม้งและนายชุติเดช หิรัญรัตนะ นายกม้งแห่งประเทศไทยได้นำชาวบ้านพี่น้องชาติพันธ์ม้งร่วมกว่าเกือบ 200 ชีวิตเพื่อขอความยุติธรรมให้กับพี่น้องชาติพันธุ์ม้งในกรณีพิพาทการบุกรุกไร่ขิงตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดย
ดร.บัณฑิต แสงเสรีธรรมประธานเครือข่ายตระกูลม้งในประเทศไทยได้ทำหนังสือชี้แจงและขอความเป็นธรรมแก่สำนักนายกรัฐมนตรีดังนี้
หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง
กรณีข้อกล่าวหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกขิง
ต าบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่
ข้าพเจ้า ดร.บัณฑิต แสงเสรีธรรม ในนามตัวแทนเกษตรกรผู้ถูกกล่าวหาและประชาชนคนไทยเชื้อสายม้งที่
ได้รับผลกระทบ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการนำเสนอข่าวและกล่าวหาว่า “ชาวม้งบุกรุกป่ าเพื่อปลูกขิง” หรือ “นายทุน
บุกรุกป่ าปลูกขิง” ในพื้นที่ต าบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อชื่อเสียง
ศักดิ์ ศรี และความรู้สึกของพี่น้องคนไทยเชื้อสายม้งทั่วประเทศโดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
ประการแรกการใช้ถ้อยคำว่า “ชาวม้งบุกรุกป่ า” เป็นการเหมารวมทางชาติพันธุ์ที่ไม่เหมาะสม และไม่
สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคของประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์เนื่องจากคนไทยเชื้อสายม้งมี
จ านวนหลายแสนคนทั่วประเทศ มิได้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวท้ังหมดการสื่อสารในลักษณะดังกล่าวจึงสร้างความ
เสียหายต่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของพี่น้องชาวม้งโดยรวม อีกท้ังยังขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองและ
ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งม้งคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของประชาชนทุกชาติพันธุ์อย่างเท่าเทียม
ประการที่สองข้อกล่าวหาว่ามีนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกขิงน้ัน ข้อเท็จจริงคือผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่
เป็นเกษตรกรรายย่อยและประชาชนทั่วไปที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ มิใช่นายทุนหรือกลุ่มธุรกิจขนาด
ใหญ่ โดยการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ภายใต้โครงการขององค์การอุตสาหกรรม
ป่าไม้ (อ.อ.ป.) เขตเชียงใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมในรูปแบบวนเกษตร(Agro-Forestry)
เพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกยางพาราตามโครงการปลูกสร้างสวนป่าไม้สักและยางพาราควบคู่กับการท าวนเกษตรโดยชุมชนมี
ส่วนร่วม ท้ังนี้ เกษตรกรสามารถปลูกพืชล้มลุกระยะส้ัน เช่น ขิงควบคู่กับการดูแลต้นยางพาราตามเงื่อนไขของโครงการ
ประการที่สาม กรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบุกรุกแผ้วถางและโค่นล้มต้นไม้ในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำแม่ทะลบ
ขอชี้แจงเพิ่มเติม ดังนี้
1. เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการได้ท าสัญญาและบันทึกข้อตกลงการใช้พื้นที่กับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้อย่าง
ถูกต้องตามข้ันตอน และมีการส่งมอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ
2. การจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ อ.อ.ป.ผู้เข้าร่วมโครงการไม่มีสิทธิเลือกพื้นที่ด้วย
ตนเอง
3. การเตรียมพื้นที่และเพาะปลูกอยู่ภายใต้การก ากับดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดโดยพื้นที่ดำเนินการอยู่ใกล้
ส านักงาน อ.อ.ป.และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการลักลอบตัดไม้หรือค้าไม้ตามที่ถูกกล่าวหา
4. ระหว่างดำเนินโครงการเจ้าหน้าที่ อ.อ.ป.ได้กำหนดแนวปลูกต้นยางพาราและติดตามการดำเนินงาน
ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในพื้นที่และปัจจัยทางการเมืองท้องถิ่น ส่งผลให้เกษตรกร
ผู้เข้าร่วมโครงการตกเป็นผู้ได้รับผลกระทบและถูกกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียวรวมถึงถูกยกเลิกบันทึกข้อตกลงการ
ใช้ประโยชน์พื้นที่ตามหนังสือที่ ทส 1408.7.9/61 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ท้ังที่ยังไม่มีการตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและเป็นธรรม
6. การน าเสนอข่าวที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและบุคคลภายนอกขณะที่เกษตรกรผู้ได้รับ
ผลกระทบยังไม่ได้รับโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน อีกท้ังการเข้าตรวจยึดพื้นที่และการแถลงข่าวอย่าง
ต่อเนื่องได้สร้างผลกระทบทางจิตใจแก่ชาวบ้านอย่างรุนแรงโดยเฉพาะกรณี นายโต้งแซ่ว่าง ชาวบ้านจาก
ต าบลเข็กน้อยจังหวัดเพชรบูรณ์ ซ่ึงเกิดภาวะเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิต สร้างความโศกเศร้า
แก่ครอบครัวและพี่น้องชาวม้งเป็นอย่างยิ่ง
จากเหตุการณ์ดังกล่าวเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการจ านวนมากซ่ึงได้รับผลกระทบโดยตรงจึงขอเรียกร้องความ
เป็นธรรมต่อภาครัฐดังนี้
1. ขอให้มีการตรวจสอบการด าเนินโครงการขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ในพื้นที่อ าเภอไชยปราการอย่าง
โปร่งใสและเป็นธรรม โดยตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง ประวัติการใช้ประโยชน์พื้นที่ และการ
ด าเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
2. ขอให้มีหน่วยงานภาครัฐที่เป็นกลางและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและหากพบว่าเกษตรกรได้ดำเนินการภายใต้กระบวนการที่หน่วยงานรัฐรับรู้และก ากับ
ดูแล ขอให้พิจารณายุติหรือยกเลิกการด าเนินคดีตามความเหมาะสมและเป็ นธรรม
3. ขอความอนุเคราะห์ให้เกษตรกรที่ได้ลงทุนและเพาะปลูกไปแล้ว สามารถด าเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบการ
ผลิตนี้ให้แล้วเสร็จ ภายใต้เงื่อนไขที่ภาครัฐก าหนด พร้อมท้ังยินดีปฏิบัติตามข้อตกลงในการดูแลต้นยางพารา
อย่างเคร่งครัด
4. ในกรณีที่ไม่สามารถด าเนินการตามข้อเรียกร้องข้างต้นได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเยียวยาความ
เสียหายแก่เกษตรกรตามต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ได้ลงทุนไปจริงอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและขอความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายโดยหวังเป็นอย่างยิ่ง
ว่าจะได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน
และบรรยากาศประชาชนชาติพันธุ์ม้งได้ชูป้ายต่างๆเพื่อมีตัวแทนเรียกร้องความเป็นธรรมที่ตนไม่ใช่นายทุนตนเป็นเพียงประชาชนที่ปลูกขิงและเป็นเกษตรกรที่ถูกกฎหมายตามที่สื่อต่างๆได้ออกมาโจมตีพวกตน
และและทางสำนักรัฐมนตรีได้ให้ มาเป็นตัวแทนรับหนังสือจากพี่น้องชาติพันธุ์ม้งและได้มีการเปิดเปิดประชุม โดยมี 1. นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ (ประธานการประชุม) และหน่วยงานออป โดย นายชนุดม เพชรสังข์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
และ กรมป่าไม้ โดย นายอำนาจ สุสุทธิ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ หารือช่วยเหลือพี่น้องชาติพันธุ์ม้งเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไปและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีการรับปากช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวม้งที่ได้รับผลกระทบและทำให้พี่น้องชาติพันธุ์ม้ง และตัวแทนได้พอใจต่างคนต่างแยกย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความหวังคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนพี่น้องชาวม้งต่อไป
ควบคุมการผลิตสื่อโดย
นางสาว สายรุ้ง ธรรมมี
บรรณาธิการข่าว
080-131-9215
บก.อังกอร์
สนใจติดต่อโฆษณา รับ event และงานข่าวทุกข่าวราชอาณาจักร 77 จังหวัดเรามีทีมงาน
ผู้สื่อข่าวที่มีคุณภาพของแต่ละจังหวัดค่ะ
080-131-9215 บก.อังกอร์


















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น