จังหวัด ลำพูน หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยช่วยผู้สมัคร สส เขตหาเสียง

จังหวัด ลำพูน หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยช่วยผู้สมัคร สส เขตหาเสียง 




แคนนิเดตและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.เขต จ.ลำพูนหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ชูนโยบายปราบปรามการทุจริต ปฏิรูปตำรวจเพื่อประชาชน ปราบปรายาเสพติดให้เป็นศูนย์ ยืนยันพรรคเสรีรวมไทยไม่มีใครครอบงำพรรคอยู่เบื้องหลังเหมือพรรคอื่น 







พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส แคนนิเดตและหัวหน้าพรรคเสรีรวม และคณะรวมถึงนายสุริยา  บุญนาคค้า ผู้สมัคร สส.ลำพูนเขต 1 พรรคเสรีรวมไทยได้การบสักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะแวะทักทายนักท่องเที่ยวและชาวบ้านบริเวณอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี หลังจากนั้นได้เดินหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านที่เดินจับจ่ายซื้อของในตลาดหนองดอก อ.เมืองลำพูน โดยมีผู้สนับสนุนพรรคฯและแฟนคลับให้ความสนใจขอถ่ายรูปกับ พล.ต.เอกเสรีพิศุทธ์ เป็นอย่างมากบางคนเดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียงเพื่อพบปะและพูดคุยด้วย 


ต่อมาแคนนิเดตพรรคเสีรวมไทย ได้เดินทางไปตลาดนัดจตุจักร อ.เมืองลำพูน เพื่อหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่เดินจับจ่ายใช้สอยในตลาด โดยชูนโยบายปราบปรามการทุจริต ปฏิรูปตำรวจเพื่อประชาชน ปราบปรายาเสพติดให้เป็นศูนย์  บำนาญประชาชน เก็บอาวุธหยุดความตาย จัดที่ดินอยู่อาศัยและที่ทำกิน และข้าราชการเกษียณอายุ 65 ปี เป็นต้น โดยได้รับความสนใจจากผู้สนับสนุนพรรคและแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมากระหว่างที่เดินหาเสียงแคนนิเดตพรรคเสรีรวมไทยได้ระบุว่า 


ยืนยันพรรคเสรีรวมไทยไม่มีใครครอบงำพรรคอยู่เบื้องหลังเหมือพรรคอื่น เช่นพรรคเพื่อไทยก็มีคุณทักษิณฯอยู่เบื้องหลัง ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็มีเนวิน อยู่เบื้องหลังขณะที่พรรคประชาชน ก็มีธนาธรฯอยู่เบื้องหลัง เพราะฉะนั้นหัวหน้าพรรคทั้ง 3 ไม่สามารถคิดเอง ทำเองได้ไม่เหมือนพรรคเสรีรวมไทยที่ตนไม่มีใครครอบงำอยู่เบื้องหลังให้ดำเนินนโยบายได้ตามที่หาเสียงไว้กับประชาชนได้จริงถ้าหากได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปบริหารประเทศในการเลือกตั้งครั้งนี้ 



ภาพ/ข่าว

นิวัตร ธาตุอินทร์จัน  

เชียงใหม่/ลำพูน


ควบคุมการผลิตสื่อโดย

นางสาว สายรุ้ง ธรรมมี

บรรณาธิการข่าว

 080-131-9215

 บก.อังกอร์


สนใจติดต่อโฆษณา รับ event และงานข่าวทุกข่าวราชอาณาจักร 77 จังหวัดเรามีทีมงาน

ผู้สื่อข่าวที่มีคุณภาพของแต่ละจังหวัดค่ะ

   080-131-9215 บก.อังกอร์


 และภาคีเครือข่ายสำนักข่าว










ความคิดเห็น